หนุ่มลบ’คำครหา’ชาวบ้าน จบป.ตรีแต่ยืดอาชีพทำนา

หนุ่มวัย 23 ปีลบคำสบประมาท หลังชาวบ้านเหน็บ “เสียเงินเรียนจบป.ตรี” แต่เลือกทำการเกษตร เจ้าตัวลั่นเป็นนายจ้างตัวเองสุขที่สุด กรณีโลกออนไลน์ พากันเข้าไปชื่นชมแนวความคิดของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ภายในกลุ่มเฟซบุ๊ก “มนุษย์เงินเดือนสู่ชีวิตเกษตรกร” หลังเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “หลายคนถามผมน่ะ เรียนจบป.ตรี ทำไมไม่ไปทำงาน เรียนแล้วจะทำเกษตร เรียนเสียเงินทิ้งทำไม

แต่สำหรับผมการที่ไม่ได้เป็นลูกน้องใคร มันมีความสุขที่สุดแล้วครับ” เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 27 พ.ย.ได้ติดต่อไปยัง ว่าที่ร้อยตรี วีระศักดิ์ อาจหาญ อายุ 23 ปี ว่าที่บัณฑิตหนุ่มคนดังกล่าว ชาวบ้านหนองไผ่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เปิดเผยว่า แต่เดิมอาชีพพ่อกับแม่ของตนก็ทำการเกษตรอยู่แล้ว ในอดีตเคยเลี้ยงวัวแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ล้มลุกคลุกคลานและเห็นแต่ความล้มเหลว แต่ตนก็โชคดีที่ซึมซับความอดทนและเรียนรู้การทำการเกษตรจากพ่อแม่ โดยเริ่มเอาจริงเอาจังตั้งแต่ชั้นม.5 จนกระทั่งชั้นปี 2 เข้าเรียนในคณะเทคโนโลยีการเกษตร แขนงวิชาประมง มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จึงนำความรู้มาปรับใช้และยึดหลักเศรษกิจพอเพียงตามรอยในหลวงร.9 บนพื้นที่ 2 แปลง จำนวน 10 ไร่ ปลูกไม้ยืนต้น ผลไม้ เลี้ยงปลานิล และตอนนี้กำลังปลูกกล้วยปลอดสารพิษ เพราะดูจากสภาพดินต้องปรับปรุงบำรุงเพื่อให้อุดมสมบูรณ์มากกว่านี้ จึงจะสามารถปลูกพื้นชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมได้

“ปีสองปีแรกมันอาจจะเหนื่อยนะครับ แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 3-4 เราจะได้เห็นสิ่งที่เราปลูกงอกเงย มันก็จะหายเหนื่อย ผมทำก็ไม่ได้หวังว่าจะรวยอะไร แต่คนหนึ่งคนทำอะไรหลายๆ แค่อย่าบ่นว่าเหนื่อย นั้นคือคุณกำลังเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจออะไรหลายอย่างที่ดี คำว่าโอกาสและอนาคตที่ดีไม่ได้เดินเข้ามาหาเรานะ เราต้องเดินเข้าไปคว้ามันเอาไว้เอง จงรักในสิ่งที่ตัวเองทำ” ว่าที่บัณฑิตหนุ่มรายนี้ ระบุ

ว่าที่ร้อยตรี วีระศักดิ์ ยังเผยอีกว่า ค่านิยมจบปริญญาตรี แล้วต้องทำงานในห้องแอร์ ทำงานออฟฟิศ อย่างเช่นสาขาที่ตนจบมา ส่วนใหญ่ก็จะต้องไปทำงานที่ฟาร์มต่างๆ ของบริษัทเอกชนรายใหญ่ และมีโอกาสเสี่ยงถูกจ้างออกสูง สุดท้ายอาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ ตนจึงขอเลือกเป็นนายตัวเอง แม้คนรุ่นใหม่จะไม่นิยมทำการเกษตร จึงทำให้มีเสียงดูถูกดูแคลนว่า “เรียนเสียเงินทิ้ง ถ้าจะทำนาทำไมไม่เรียนจากพ่อจากแม่” ซึ่งแม้ว่าตนจะเรียนไม่เก่ง แต่ถ้าเราขยันตื่นเช้ารดน้ำ ถางหญ้า ใส่ปุ๋ย งานทั้งหมดก็จะเสร็จ 2-3 วัน นอกนั้นก็คือเวลาพักผ่อน ไม่ต้องคิดมากว่าจะมีใครกดดัน เพียงแค่เราวางแผนดีๆ และทำตามสิ่งที่ได้เรียนมา สิ่งที่ตนทำจึงกลายเป็นบทพิสูจน์แล้วว่า ที่ผ่านมาได้มีคณะนักศึกษา ลงพื้นที่มาศึกษาดูงานแปลงเกษตรผสมผสานของตน 4 สถานบันแล้ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews