วัดมเหยงคณ์

อดีตวัดร้างเมื่อครั้งกรุงแตกกลับรุ่งเรืองอีกครั้งในฐานะสำนักปฏิบัติกรรมฐานอันสงบร่มเย็นในบรรยากาศกรุงเก่า มเหยงคณ์ มีรากศัพท์ภาษาบาลีว่า มหิยังคณ์ แปลว่า ภูเขาหรือเนินดิน ตรงกับเขตพุทธาวาสของวัดที่ตั้งอยู่บนเนินดินสูง ตามหลักฐานที่ปรากฏในพงศาวดารเหนือบันทึกไว้ว่า พระนางกัลยาณี มเหสีของพระเจ้าธรรมราชา (พ.ศ.1844 – 1853) กษัตริย์องค์ที่ 8 แห่งกรุงอโยธยา

เป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์ขึ้นก่อนจะสถาปนากรุงศรีอยุธยาราว 40 ปี แต่ในพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขากล่าวว่าเมื่อ พ.ศ.1967 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยาแห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์ ตรงกับพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติแต่ผิดกันที่บันทึกว่าสร้างวัดใน พ.ศ.1981 แต่ประวัติศาสตร์ที่ตรงกันคือวัดมเหยงคณ์คือวัดสำคัญแห่งหนึ่งในสมัยอยุธยา มีพระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด กว้าง 18 เมตร ยาว 36 เมตร ภายในมีแท่นฐานชุกชี 2 แท่น พระพุทธรูปประธานเป็นหินทรายแต่พังทลายลงแล้ว ส่วนผนังอุโบสถซึ่งก่อด้วยอิฐสีแดงเป็นจุดสังเกตเห็นได้ในระยะไกล รอบพระอุโบสถมีกำแพงแก้ว 2 ชั้นและมีใบเสมาทำจากหินสีเขียว หลังพระอุโบสถคือพระเจดีย์ประธานฐานช้างล้อม ฐานทักษิณสี่เหลี่ยมจตุรัส ประดับช้างปูนปั้นตามซุ้มรอบฐานรวม 80 เชือก และยังมีลานธรรมจักษุหรือโคกต้นโพธิ์ เนินดินรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสยาว 58 เมตร กว้าง 50 เมตร สันนิษฐานว่าอาจเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชะเวตี้ ด้านตะวันออกของพระวิหารเป็นที่ตั้งของเจดีย์ทรงลังกา 2 องค์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand