ก่อนจะได้จัดฟัน ต้องทำอะไรบ้าง

การดัดฟัน…หรือพูดกันให้ถูกต้อง คือ จัดฟัน นี้นอกจากจะทำให้ดูเป็นคนสุขภาพดี
หลายคนคงสงสัยว่าจริง ๆ แล้วมันมีดีตรงไหน และถ้าเราจะจัดฟันบ้าง ต้องทำยังไงบ้าง

1.จัดฟัน…คืออะไร
การจัดฟัน เป็นวิธีการแก้ปัญหาฟันเรียงตัว และสบฟันผิดปกติ ไม่สวยงาม
โดยการใช้เครื่องมือจัดฟันเพื่อเคลื่อนฟันไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม
เพื่อประโยชน์ในด้านสุขภาพฟัน และบุคลิกภาพที่ดี การจัดฟันสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่
แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ ประมาณ 10-14 ปี เพราะร่างกายกำลังเจริญเติบโต ฟันจะเคลื่อนที่ได้ง่าย

2.ดีอย่างไรเพราะมีคนจัดฟันกันมาก หรือเพราะแฟชั่น
• เพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปาก หากมีปัญหาฟันซ้อนเก ฟันยื่น ฯลฯ
จะทำให้การทำความสะอาดฟันไม่ทั่วถึง จะเกิดปัญหาฟันผุตามมา
เมื่อจัดฟันให้เข้าที่เข้าทางแล้ว การแปรงฟันย่อมทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
• เพื่อให้ฟันทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
• เพื่อความสวยงาม และบุคลิกภาพที่ดีขึ้น

3.เครื่องมือที่ใช้จัดฟันมีอะไรบ้าง
เครื่องมือจัดฟันมีทั้งแบบถอดได้ และแบบติดแน่นอยู่กับฟัน
ขึ้นอยู่กับความผิดปกติของฟัน และความสะดวกว่าเราเหมาะสมที่จะใช้แบบไหน
• แบบนอกช่องปาก จะมีบางส่วนที่ยื่นออกมานอกช่องปาก โดยผู้รักษาสามารถถอดใส่เองได้
• แบบถอดได้ ผู้รักษาจะถอดและใส่เครื่องมือนี้ได้เอง
• แบบติดแน่นอยู่กับฟัน (Bracket) เครื่องมือนี้จะติดวัสดุที่ผิวฟัน มีทั้งที่เป็นโลหะ พลาสติก และเซรามิค
แล้วใช้ลวดคาดผ่านร่องของแบร็คเก็ตเพื่อดึงให้ฟันเรียงกันเป็นระเบียบ

4.ใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง – 3 ปี แต่บางคนอาจใช้เวลานานกว่านั้น
ขึ้นอยู่กับความผิดปกติของฟันว่ามากน้อยแค่ไหน
ในช่วงเวลาที่รับการรักษา ทันตแพทย์จะนัดคนไข้ทุก 1 เดือน เพื่อปรับเครื่องมือ
และตรวจผลการรักษาเป็นระยะ ๆ

5.ก่อนจะได้จัดฟัน ต้องทำอะไรบ้าง
• ก่อนอื่น ทันตแพทย์จะพิมพ์แบบฟัน เพื่อบันทึกรายละเอียด และตรวจสภาพการสบของฟัน
นอกจากนี้ จะมีการเอ็กซเรย์ฟัน เพื่อดูโครงสร้างใบหน้า และขากรรไกร
• ตรวจฟันว่าต้องรักษาฟันก่อนหรือไม่ เช่น ถอนฟัน อุดฟัน รักษารากฟัน โรคเหงือก ฯลฯ ซึ่งจำเป็นต้องรักษา
ก่อนใส่เครื่องมือจัดฟัน เพื่อความแข็งแรง และการจัดฟันมีประสิทธิภาพ
• ฟังคำแนะนำ ข้อควรปฏิบัติต่างๆ แเละตกลงเรื่องราคาค่าจัดฟันกับทันตแพทย์
• ทันตแพทย์จะติดเครื่องมือจัดฟันให้ ในช่วงแรกๆ จะรู้สึกเจ็บบ้าง
แต่อาการนี้จะค่อยๆ หายจนเป็นปกติดี ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ (หรือเกิดความเคยชินนั่นเอง)

6.ดูแลให้ถูกวิธี ได้อย่างไร
ระหว่างจัดฟัน เราควรดูแลความสะอาดของฟัน และช่องปากให้ดีอยู่เสมอ ควรใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะ
เพราะฟันที่ถูกติดเครื่องมือแล้ว จะทำความสะอาดได้ยากกว่าเดิมมาก เนื่องจากเศษอาหารจะเข้าไปติดตามร่องต่างๆ ได้ง่าย
นอกจากนี้ควรงดรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารแข็ง และอาหารเหนียว ๆ อย่างตังเม หรือหมากฝรั่ง
หรือกระทั่งการเคี้ยวน้ำแข็งเล่น และระมัดระวังในการรับประทานของหวาน เพราะฟันจะผุได้ง่ายมาก

7.แพงไหม
การจัดฟันใช้งบประมาณค่อนข้างสูง แต่ผลที่ได้รับก็คุ้มค่า ค่าใช้จ่ายโดยประมาณมีดังนี้
• จัดฟันโดยใช้เครื่องมือแบบถอดได้ 3,000-10,000 บาท
• จัดฟันโดยใช้เครื่องมือติดแน่นแบบโลหะ ประมาณ 30,000-50,000 บาท
• จัดฟันโดยใช้เครื่องมือติดแน่นแบบเซรามิค ประมาณ 40,000-60,000 บาท
แต่การชำระเงินจะคล้ายๆกับเป็นการผ่อนจ่าย เพราะจะจ่ายโดยแยกออกเป็น :
• ราคาค่าจัดฟันไม่รวม อุด ถอน ขูดหินปูนระหว่างรักษา
• พิมพ์แบบฟันประมาณ 1,000 บาท
• เอ็กซเรย์ 2 ฟิล์ม 800 บาท
• เริ่มติดเครื่องมือจัดฟัน (แบบติดแน่น) ฟันบน 5,000 ฟันล่าง 5,000 ปรับเครื่องมือครั้งแรก 3,000 บาท
• ชำระค่ารักษาในการปรับเครื่องมือเดือนละ1 ครั้งๆ ละประมาณ 1,000 บาท
• เครื่องมือคงสภาพฟัน (Retainer: เครื่องมือที่ใส่หลังจัดฟันเสร็จแล้ว) 2 ชิ้น ฟันบน, ล่าง รวม 4,000 บาท
*ราคาค่าจัดฟันข้างต้นไม่รวม อุด ถอน ขูดหินปูนระหว่างรักษา และราคาทั้งหมดเป็นราคาโดยประมาณ
โปรดตรวจสอบกับทางคลินิก หรือโรงพยาบาลที่ท่านรับบริการอีกครั้ง

อย่าลืมว่า การจัดฟันจะสำเร็จได้ผลเต็มที่ ต้องอาศัยความร่วมมือ จากคุณ ๆ เจ้าของฟันด้วยนะคะ
ที่จะ ต้องปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด มาหาทันตแพทย์ตามนัดเสมอ
อีกทั้งเจ้าตัวก็ห้ามขี้เกียจดูแลรักษาฟันให้สะอาดอยู่เสมอด้วย โดยใช้ตัวช่วยอย่างเช่นไหมขัดฟัน (Dental Floss)
หรือจะเสริมด้วยแปรงซอกฟันก็ยิ่งดีค่ะ แล้วฟันของคุณก็จะเรียงตัวสวย จนไม่อยากหุบยิ้มเลยเชียวล่ะ

Credit https://www.idolsmiledental.com/ดัดฟันบางนา/